แปลเพลงในการประกวด Eurovision ไปก็หลายเพลงแล้ว นึกขึ้นได้ว่าเรายังไม่เคยแนะนำตัวการประกวด Eurovision ก็เลยเอนทรี่นี้ขึ้นมาครับ

ส่วนเพลงที่ผมแปล(ง)ไป อยู่ในหน้า Music & Performance ของที่ซุกหัวหลังนี้ครับ (ส่วนใหญ่เพลงที่แปลจะเป็นเพลงแนวป๊อป, คลาสสิก หรือเพลงพื้นบ้าน ส่วนเพลงร๊อกหรือเมทัล ผมคงไม่แปลครับ)




การประกวด Eurovision Song Contest (ESC) เป็นการประกวดร้องเพลงระหว่างชาติสมาชิกของ European Broadcasting Union (EBU) โดยจัดขึ้นทุกปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1956 มี่เมือง Laguno ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นับเป็นรายการทางโทรทัศน์ที่ดำเนินมาต่อเนื่องยาวนานที่สุดรายการหนึ่งของโลก และมีผู้ชมหลายล้านคนจากในทวีปและนอกทวีปยุโรป


แต่ละชาติที่แข่งขันจะต้องคัดเลือกน้กร้องและเพลงเป็นตัวแทนของชาตินั้นๆ โดยแต่ละชาติจะส่งตัวแทน (นักร้องและนักแสดงประกอบ) ได้สูงสุดหกคน และส่งเพลงมาหนึ่งเพลง จะเป็นเพลงแนวใดหรือภาษาใดก็ได้ แล้วตัวแทนแต่ละชาติจะแข่งกันในงาน Eurovision เพื่อหาผู้ชนะเลิศในแต่ละปี ชาติใดชนะเลิศก็จะได้เป็นเจ้าภาพ Eurovision ในปีถัดไป



ชาติสมาชิกในการแข่งขัน Eurovision

ส่วนมากจะเป็นชาติในทวีปยุโรป บางชาติก็อยู่ทั้งในทวีปยุโรปและเอเชีย อย่างรัสเซียหรือตุรกี บางชาติก็อยู่ในทวีปอื่นๆ เช่น อิสราเอล (ถึงแม้จะอยู่ในเอเชีย แต่ก็สนิทกับฝั่งยุโรปมากกว่าเอเชีย เพราะอิสราเอลมีความขัดแย้งกับกลุ่มชาติอาหรับ) ,ไซปรัส ,โมรอกโก (ส่งตัวแทนมาประกวดเพียงครั้งเดียวในปี ค.ศ. 1980) ,อาร์เมเนีย ,จอร์เจีย และอาเซอร์ไบจาน (3 ประเทศหลังนี้แตกออกมาจากโซเวียต และอยู่ใกล้ยุโรปเลยพออลุ้มอล่วยได้)

หากบางชาติมีปัญหาหรือไม่มีความพร้อมที่จะส่งตัวแทนมาก็สามารถถอนตัวจากการประกวด Eurovision และกลับมาแข่งได้หากมีความพร้อมแล้ว



การคัดเลือกตัวแทนของแต่ละชาติ

เพลงที่แต่ละชาติส่งมานั้นจะต้องเป็นเพลงที่แต่งเนื้อร้องทำนองขึ้นมาใหม่ และไม่ได้วางแผงจำหน่ายก่อนการประกวด Eurovision ส่วนตัวแทนของแต่ละชาติจะต้องมีอายุมากกว่า 16 ปี

การคัดเลือกตัวแทนของแต่ละชาติจะรับผิดชอบโดยสถานีโทรทัศน์ของชาตินั้นๆ ที่เป็นสมาชิกของ EBU จัดการประกวดร้องเพลงเพื่อหาตัวแทน (National finals) โดยการคัดเลือกตัวแทนแต่ละชาติจะใช้คะแนนจากคณะกรรมการ และคะแนนผลโหวตจากผู้ชมทางบ้าน (คล้ายๆกับ The Star และ AF ของไทย)

การคัดเลือกตัวแทนของบางชาติก็เป็นงานใหญ่ๆในชาตินั้นเลย เช่น งาน "Melodifestivalen" (เทศกาลเพลง) ของสวีเดน โดยจะจัดการประกวดย่อย 4 ครั้งตามภูมิภาคต่างๆของประเทศ ก่อนที่จะจัดรอบ Final ที่กรุงสตอกโฮล์ม งาน Melodifestivalen นี้เป็นรายการที่มีผู้ชมมากที่สุดของสวีเดนในแต่ละปี

ทั้งนี้ทาง EBU ให้เวลาที่ใช้แสดงและร้องเพลงของตัวแทนแต่ละชาติเพียง 3 นาทีเท่านั้น จากเดิมที่ให้เวลาเพลงละ 3 นาทีครึ่ง แต่ตัวแทนอิตาลีใช้เวลาถึง 5 นาทีใน Eurovision 1957


เจ้าภาพการประกวด Eurovision

ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในการจัดการประกวดจะมาจากสปอนเซอร์ต่างๆในประเทศเจ้าภาพ หรือมาจากเงินช่วยเหลือของประเทศที่เข้าร่วมแข่งขัน แต่ทั้งนี้การเลือกประเทศเจ้าภาพไม่ได้ดูจากความพร้อม แต่เป็นประเทศที่ชนะเลิศ Eurovision ปีก่อนหน้า ถ้าหากประเทศที่จะเป็นเจ้าภาพไม่พร้อมก็สามารถให้ประเทศอื่นเป็นเจ้าภาพได้ (เคยเกิดกรณีเช่นนี้ 5 ครั้ง โดย BBC ของสหราชอาณาจักรรับเป็นเจ้าภาพให้ถึง 4 ครั้ง)



คะแนนในการประกวด Eurovision

คะแนนของตัวแทนแต่ละชาติจะมาจากคณะกรรมการกลาง และคะแนนจากการโหวตของผู้ชมจากชาติที่เข้าร่วมแข่งขัน

ชาติที่เข้าร่วมประกวดจะสรุปผลโหวตจาก SMS ของผู้ชมในประเทศตนเองเป็นคะแนนให้ประเทศอื่นๆ (ห้ามโหวตให้ประเทศตัวเอง) ตั้งแต่ 1-8, 10 และ 12 คะแนน

เนื่องจากมีการเปิดโหวต จึงหนีไม่พ้นที่จะมีการโหวตให้ประเทศเพื่อนบ้านตัวเองที่สนิทกัน หรือมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกันบ้าง  อย่างการโหวตกันเองในกลุ่มประเทศนอร์ดิก, บอลติก, สเปน-อันดอร์รา, เนเธอร์แลนด์-เบลเยียม, รัสเซีย-ยูเครน-เบลารุส, กรีซ-ไซปรัส หรือกลุ่มอดีตประเทศยูโกสลาเวีย (กลุ่มประเทศบอลข่าน) จึงต้องมีคะแนนจากคณะกรรมการกลางมาถ่วงดุล

ผู้ประกาศจากไอร์แลนด์ประกาศคะแนนที่ไอร์แลนด์โหวตให้ใน Eurovision 2004
(ไอร์แลนด์โหวต 12 คะแนนให้สวีเดน 10 คะแนนให้ไซปรัส 8 คะแนนให้สหราชอาณาจักร)



ภาษาที่ใช้ในเพลงของแต่ละชาติ

แต่เดิมนั้น ทาง EBU ให้เพลงของแต่ละชาติมีเนื้อร้องเป็นภาษาของชาตินั้นๆ พอถึงปี ค.ศ. 1999 ก็ได้เปลี่ยนกฏให้เพลงของแต่ละชาติใช้ภาษาใดก็ได้ ดังนั้นพักหลังๆมานี้ เพลงในการประกวดจะเป็นเพลงภาษาอังกฤษเกินครึ่ง

ประเทศที่มักส่งเพลงภาษาอังกฤษในช่วงหลัง (นอกจากสหราชอาณาจักร) ได้แก่ นอร์เวย์, สวีเดน, เดนมาร์ก เป็นต้น

ส่วนประเทศที่ยังนิยมส่งเพลงภาษาของตนเอง ได้แก่  โปรตุเกส, เซอร์เบีย, โครเอเทีย เป็นต้น

เพลงที่ใช้ภาษามากที่สุด คือ เพลง "Liubi, Liubi, I love you" ของโรมาเนีย ใน Eurovision 2007 โดยมีภาษาอังกฤษ, สเปน, อิตาลี, ฝรั่งเศส, รัสเซีย และโรมาเนีย



กลุ่ม Big Four/Five

ประเทศที่เป็นผู้บริจาคเงินแก่ EBU รายใหญ่ที่สุด 4 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสเปน จะได้รับสิทธิ์เข้ารอบ Final ของ Eurovision เลยโดยไม่ต้องผ่านรอบ Semi-Final

ใน Eurovision 2011 ทางอิตาลีกลับมาร่วมการประกวด Eurovision หลังจากหายไป 14 ปี ทาง EBU ประกาศให้อิตาลีเข้ารอบ Final ได้เลย จาก Big Four จึงกลายเป็น Big Five



รอบ Semi-Final และรอบ Final

เนื่องจากประเทศที่เข้าร่วมการประกวด Eurovision มีประมาณ 40 ประเทศ จึงต้องแบ่งการประกวดเป็นรอบ Semi-Final และรอบ Final

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 ทาง EBU ได้ปรับปรุงระบบการเข้ารอบ Final ใหม่ โดยให้ทุกประเทศมาแข่งกันในรอบ Semi-Final สองรอบก่อน (ยกเว้นประเทศเจ้าภาพ และกลุ่ม Big Four ที่เข้ารอบ Final ได้เลย) โดยแบ่งประเทศต่างๆที่แข่งในรอบ Semi-Final เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกไปแข่งใน Semi-Final 1 กลุ่มที่สองไปแข่งใน Semi-Final 2 ในรอบ Semi-Final แต่ละรอบจะเลือกประเทศที่ได้คะแนน 10 อันดับแรกเข้าสู่รอบ Final ต่อไป

ดังนั้นในรอบ Fina; ก็จะมีประเทศต่างแข่งขันกัน 25 ประเทศ (20 ประเทศที่คัดจากรอบ Semi-Final กลุ่มประเทศ Big Four และประเทศเจ้าภาพ)


ศิลปินตัวแทนประเทศในการแข่งขัน

นักร้องระดับโลกที่แจ้งเกิดในเวที Eurovision ได้แก่ วง ABBA จากสวีเดน (ชนะเลิศ Eurovision 1974) และ Celion Dion จากแคนาดา (ชนะเลิศ Eurovision 1988 ในฐานะตัวแทนของสวิตเซอร์แลนด์)


สถิติของประเทศที่ชนะเลิศ

ในช่วงที่แรกๆที่เริ่มมีการประกวด Eurovision มา ประเทศที่มักชนะเลิศ ได้แก่ ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก แต่สามประเทศนี้ ช่วงหลังมาห่างจากตำแหน่งชนะเลิศพอสมควรโดยครั้งล่าสุดที่ฝรั่งเศสได้ คือในปี ค.ศ.1977 เนเธอร์แลนด์ในปี ค.ศ.1975 และลักเซมเบิร์กในปี ค.ศ.1983

ตั้งแต่หลังสงครามเย็นเป็นต้นมา ก็มีประเทศที่เคยอยู่ในสหภาพโซเวียต หรือเคยเป็นคอมมิวนิสต์มาร่วมประกวดด้วย ทำให้ตำแหน่งชนะเลิศ Eurovision เริ่มกระจายตัวไปยังประเทศต่างๆ เช่น ประเทศยูเครนที่ชนะเลิศในปี ค.ศ. 2004 หรือประเทศเซอร์เบียที่ชนะเลิศในปี ค.ศ. 2007

ส่วนประเทศที่ได้ตำแหน่งชนะเลิศบ่อยครั้งที่สุด คือ ประเทศไอร์แลนด์ โดยชนะเลิศถึง 7 ครั้ง (ในจำนวนนี้ ไอร์แลนด์ชนะเลิศ Eurovision 3 ครั้งติดต่อกัน ในปี ค.ศ.1992-1994) รองลงมาคือประเทศฝรั่งเศส,ลักเซมเบิร์ก และสหราชอาณาจักร ที่เคยได้ตำแหน่งชนะเลิศ 5 ครั้ง


แผนที่แสดงประเทศที่เคยชนะเลิศ Eurovision ตั้งแต่ 1 ครั้ง (สีชมพู) ไปถึง 7 ครั้ง (สีเขียว) ส่วนกรอบเล็กนั้น ประเทศเยอรมนีตะวันตกกับอดีตประเทศยูโกสลาเวียเคยชนะเลิศช่วงสงครามเย็นครับ

อื่นๆ


- ในปี ค.ศ. 2010 ได้มีการซื้อลิขสิทธิ์ Eurovision จาก EBU เพื่อจัดการประกวดในระดับเอเชียแปซิฟิก "Our Sound Song Contest" (ชื่อในตอนแรกคือ Asiavision) โดยมีกำหนดการจัดครั้งแรกในปี 2010 ที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ใช้ระบบการโหวตคะแนนและกฏเกณฑ์เดียวกันกับ Eurovision แต่เนื่องด้วยมีปัญหาภายใน จึงเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ในรายการนี้มีประเทศและเขตปกครองพิเศษแถบเอเชียแปซิฟิก 14 เขต ได้แก่ ออสเตรเลีย, บังคลาเทศ, กัมพูชา, จีน, ฮ่องกง, อินเดีย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, นิวซีแลนด์, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไต้หวัน, ไทยและเวียดนาม

ทางกัมพูชาและบังคลาเทศได้เลือกตัวแทนไปแข่ง Our Sound 2010 แล้วจึงรอเก้อ ส่วนไทยที่มีชื่อเข้าร่วม ที่น่าสงสัยคือ ไม่มีการกล่าวถึงในข่าววงการเพลงเลย


- ประเทศที่หายไปจากการประกวด Eurovision บ่อยครั้ง ได้แก่ อิตาลี, ออสเตรีย, ลักเซมเบิร์ก และสโลวาเกีย

อิตาลี (ถอนตัวในปี ค.ศ. 1981-1983, 1986, 1994-1996 เข้าร่วมครั้งล่าสุดในปี ค.ศ. 1997) ทางสถานี RAI ที่รับผิดชอบการหาตัวแทนอิตาลีให้เหตุผลว่าประชาชนไม่ค่อยสนใจการประกวด Eurovision หรือบางปีก็ถอนตัวไปโดยไม่ให้เหตุผล

ออสเตรีย (ถอนตัวในปี ค.ศ. 1969, 1970, 1973-1975, 1998, 2001, 2006, 2008-2010) ช่วงแรกๆ เชื่อกันว่าทางออสเตรียถอนตัวเพราะไม่เห็นด้วยกับระบบการให้คะแนน พอถึงยุคหลังๆ สถานี ORF ที่รับผิดชอบการหาตัวแทนออสเตรียให้เหตุผลว่า ออสเตรียได้คะแนนไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ประชาชนเริ่มไม่สนใจ

ลักเซมเบิร์ก ไม่เข้าร่วม Eurovision ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994

สโลวาเกีย (ถอนตัวในปี ค.ศ. 1999-2008)

ใน Eurovision 2011 ที่เยอรมนี ออสเตรียกับอิตาลีกลับมาเข้าร่วมอีกครั้ง คิดว่าทาง EBU ใช้พลังภายในไปพอสมควร




ส่วนคลิปนี้เป็นสปอตเปิดรอบ Final การประกวด Eurovision 2010 ที่นอร์เวย์ (นอร์เวย์ชนะเลิศใน Eurovision 2009) คิดว่าสปอตนี้น่าจะสื่อถีงประวัติความเป็นมาของ Eurovision ได้ในระดับหนึ่งครับ



ผู้ชนะเลิศ Eurovision ตั้งแต่ปี ค.ศ.1956 - 1980



ผู้ชนะเลิศ Eurovision ตั้งแต่ปี ค.ศ.1981 - 2010



1 ในช็อตเด็ดของ Eurovision โดยพิธีกรการประกวดใน Eurovision 1985 ที่สวีเดน (ไม่รู้ว่าจะเรียก Fail หรือ Win ดี) 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แหล่งที่มาข้อมูล: Wikipedia
แปลและเรียบเรียง: หนุ่มแดจอน@exteen.com













Comment

Comment:

Tweet

the swedish presenter (1985) is lill lindfors (represent sweden in 66 finish 2nd with svante therusson)

#5 By ... (223.206.119.163) on 2011-09-06 21:48

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ชอบช็อตเด็ดของพิธีกรในสวีเดนค่ะ 55++ Win นะเนี่ย question ช่างเป็นประเทศที่มีอารมณ์ขันซะเหลือเกิน 55++

สปอตยูโรวิชั่นปี 2010 สวยมาก ชอบมากค่ะ ได้ดูและรู้จักรายการนี้ก็ปีนั้นแหละ 55++

ขอบคุณสำหรับประวัติค่ะ อ่านเพลินดี big smile
ตัวแทนที่ผมเชียร์ใน Eurovision 2011 เหรอครับ อืม... ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ส่งเพลงเนื้อเร้องเป็นภาษาของตัวเอง ผมเองชอบตรงที่มันมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมน่ะครับ

ฝรั่งเศส (ส่งเพลงแนวโอเปร่าภาษาคอร์ซิกัน ซึ่งเป็นภาษาถิ่นมา เสียงคนร้องดีด้วยนะผมว่า)

อิตาลี (กลับมาเข้าร่วม Eurovision หลังจากเข้าร่วมครั้งล่าสุดปี 1997 มาในแนวแจ๊ส ภาษาอิตาลี+อังกฤษ คนเล่นร้องเพลงไปเล่นเปียโนไป)

สเปน (ปีนี้ผมว่า Official MV เพลงของสเปนดูดีนะ แต่ไม่แน่ใจถึงการแสดงบนเวทีจริงว่าจะเป็นอย่างไร)

ฮังการี (จังหวะทำนองฟังดู catchy ดีน่ะครับ)

เซอร์เบีย

โรมาเนีย (ดนตรีเยี่ยม Official MV แจ่ม)

แต่ส่วนตัวแล้วผมชอบ Eurovision 2009 & 2010 มากกว่าน่ะครับ
เพิ่งรู้ว่าเอเชียซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาแล้วนะคะเนี่ยwink
ไม่เคยได้ข่าวเลย

ของปี 2011 เชียร์ประเทศอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าคะbig smile

555+ มารอดูถ่ายทอดสดด้วยกันนะคะ

#1 By ::LaLa Mellark:: on 2011-04-19 15:48