- เธอเป็นผู้หญิงที่ดูห้าวๆ เมื่อมองผิวเผิน อาจเป็นเพราะอาชีพครูพละของเธอ


- เมื่อลูกชายของเธออยู่อนุบาล เวลาที่ผู้หญิงคนนี้จะกลับบ้านเกิด มักพาเด็กชายตัวน้อยๆไปด้วย ระหว่างรอรถที่สถานีเอกมัย ก็พาเด็กน้อยคนนี้แวะเข้าไปที่ท้องฟ้าจำลองข้างๆ เมื่อเขาได้เห็นดวงดาวจำลองในโดมมืดบ่อยครั้ง เขาก็หลงไหลในมนต์เสน่ห์ของดวงดาวบนท้องฟ้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น อนาคตของเด็กชายจึงข้องเกี่ยวกับดาราศาสตร์ตั้งแต่นั้นมา


- เมื่อลูกชายของเธออยู่ ป.1  เธอก็ยังคงพาเด็กน้อยมาท้องฟ้าจำลองบ่อยๆ วันหนึ่ง เด็กน้อยลองเข้าไปในห้องสมาคมดาราศาสตร์ไทยในอาคารท้องฟ้าจำลองแล้วสนใจ เขาขอร้องให้เธอช่วยสมัครสมาชิกให้เขา เธอก็ไม่เกี่ยง เวลาที่สมาคมดาราศาสตร์ไทยมีทริปดูดาว เธอก็พาเด็กน้อยคนนี้ไปทำความรู้จักกับดวงดาวบนท้องฟ้าจริงๆ แม้กระทั่งเวลามีอบรมทำกล้องดูดาว เธอก็ยังไปเข้าร่วม จนทำกล้องดูดาวเองจากท่อน้ำเป็นของขวัญให้เด็กน้อย ทั้งๆที่ไม่ใช่งานที่เธอถนัดนัก


- สองปีถัดมา วันหนึ่ง เด็กน้อยไปเจอหนังสือการ์ตูนที่เขาชอบมาก แต่เขาทนต่อกิเลสความอยากได้อยากมีในจิตใจไม่ได้ จนกระทั่งไปขโมยเงินของผู้หญิงคนนั้นมาซื้อแล้วมาโกหกแก้ตัว ผู้หญิงคนนั้นตีเด็กชายทั้งน้ำตา เธอไม่ได้โกรธที่เด็กชายขโมยเงิน แต่โกรธและเสียใจที่ตัวเองสั่งสอนลูกของเธอได้ไม่ดีพอ นั่นเป็นครั้งแรกที่เด็กชายได้เห็นเธอโกรธจริงๆ


- เมื่อเด็กชายอยู่ ป.6 ได้ตอบปัญหาชนะเลิศวิชาดาราศาสตร์ และสอบติดเข้าโรงเรียนมัธยมย่านสะพานปลาได้ พ่อแม่ของเด็กชายดีใจกว่าตัวเด็กชายเสียอีก


- ตอนเด็กชายคนนี้อยู่ ม.ต้น เมื่อลูกชายเธอมีปัญหาถูกเพื่อนแกล้งหนักเข้า ก็ถึงกับลางานแล้วบุกห้องปกครองเพื่อสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น


- เมื่อเด็กชายโตขึ้นเป็นหนุ่ม  เข้าสู่ช่วง ม.ปลาย อาการต้อหินที่ตาทั้งสองข้างของเขาที่เรื้อรังตั้งแต่เขาอายุ 10 ขวบ ก็หนักขึ้นจนยาหยอดตาเอาไม่อยู่ และต้องผ่าตัดตาทั้งสองข้างจนเป็นวัฏจักรขึ้นเขียงนับหลายครั้ง พ่อแม่ของเขาก็เป็นคนที่รออยู่หน้าห้องผ่าตัดด้วยความเป็นห่วงและมาคอยดูแลลูกชายตลอด ถึงแม้หนุ่มคนนั้นจะขอดูแลตัวเองหลังผ่าตัดบ้างทุกครั้ง


- ตอนหนุ่มคนนี้ได้เข้าร่วมค่าย สอวน.ดาราศาสตร์ เวลาที่เขานึกขี้เกียจจากการอ่านหนังสือ หรือทำโจทย์ก่อนเข้าค่าย ผู้หญิงคนนี้ก็จะคอยเข้มงวดกวดขัน จนบางทีเขาก็นึกไม่ชอบ แต่เมื่อเขาได้ไปสอบแข่งดาราศาสตร์ที่ต่างประเทศ คนที่ดีใจที่สุดและคอยตามข่าวด้วยความห่วงใยก็เป็นเธอกับพ่อของเขานั่นล่ะ


- เมื่อหนุ่มคนนี้อยู่ในช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัย พ่อแม่ของเขาก็ไม่ว่าอะไรที่หนุ่มคนนี้เลือกที่จะเข้าคณะวิทยาศาสตร์ตามความฝันแถมยังสนับสนุนเต็มที่ ไม่ได้บังคับให้หนุ่มคนนี้เข้าคณะหรือมหาวิทยาลัยที่ตนคาดหวัง เมื่อลุงกับป้าของเขาคาดหวังจะให้เขาได้เป็นหมอ พ่อกับแม่ของเขาก็ช่วยอธิบายแทนลูกชายจนอีกฝ่ายเข้าใจ


- ตอนหนุ่มคนนี้ขึ้นปี 3 เกรดของเขาหลุดจากเกณฑ์ที่จะได้ทุนคณะต่อ และเรียนซ้ำชั้น เพราะทำตามกิเลสของตนมากเกิน เธอก็พูดกับเขาว่า "ล้มแล้วก็ลุกใหม่สิ"


- ถึงช่วงนี้ เธอจะมีความคิดเรื่องความเชื่อ ศรัทธาหรือศาสนาไม่ลงรอยกับชายหนุ่มบ้าง แต่เธอก็ไม่เคยว่าอะไร


- เวลามีสารคดีหรือรายการวิทยาศาสตร์ดีๆในโทรทัศน์ เธอก็ยังมาแนะนำชายหนุ่มเสมอ ถึงบางครั้งชายหนุ่มจะยุ่งๆหรือไม่อยู่ในสถานะที่จะดูโทรทัศน์ได้


- คำพูดอวยพรของเธอต่อชายหนุ่มประจำเวลาคุยทางโทรศัพท์ "ขอให้พระพุทธเจ้าคุ้มครองลูกนะ"


- เธอไม่เคยว่าอะไรเลยกับคำพูดของลูกชาย "วันแม่มันก็วันธรรมดาวันนึง ก็ทุกวันมันวันพ่อกับวันแม่ของผมนี่ครับ"



นี่ล่ะครับ แม่ของผม ผู้หญิงที่สำคัญมากกับชีวิตของผม จะว่าไป ชีวิตผมที่ข้องเกี่ยวกับดาราศาสตร์มาจนทุกวันนี้ พูดได้เต็มปากเลยว่าเพราะผมเกิดมาเป็นลูกชายของแม่คนนี้ครับ


สุดท้ายนี้ ขอบคุณคุณแม่ในทุกสิ่งที่แม่ทำเพื่อผม และขอโทษในทุกสิ่งที่ทำให้แม่เสียใจครับ





Comment

Comment:

Tweet

คนเรามักจะรู้ค่าของคนใกล้ตัวก็เมื่อเค้าไม่อยู่ใกล้ๆเเล้ว

#5 By คิ้วบัว on 2012-10-06 10:03

ขอบคุณ เหลือเกิน ที่พบคนที่ "ทำความดีไม่ต้องมีกำลังใจ"

#4 By kasemsri nititham (103.7.57.18|192.168.0.164, 61.19.194.18) on 2012-07-23 14:03

ดีจังค่ะ ที่จำเรื่องราวต่างๆได้หมดเลย คุณแม่ใจดีจังเลยนะคะ รักคุณแม่มากเหมือนกันค่ะ

โชคดีนะครับที่มีคุณแม่ดีๆ น่ารักๆ
เป็นธรรมดาเป็นธรรมชาติ แต่ยิ่งใหญ่ที่สุด big smile

สุขสันต์วันแม่นะครับ ผมผ่านมาแวะทักไปหลายคนแล้ว

#1 By ant on 2010-08-12 15:29